ข่าววันนี้ Share0 Tweet

สามีร้องต่อศาล ขอใช้วิธีประลองดาบ ตัดสินคดีกับอดีตภรรยา

Shambhala TS
21 มกราคม 2563 - 13:47(แก้ไข)
สามีร้องต่อศาล ขอใช้วิธีประลองดาบ ตัดสินคดีกับอดีตภรรยา

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หนุ่มชาวแคนซัสรายหนึ่งถูกขึ้นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งไปทั่วทุกสำนัก หลังมีการเปิดเผยว่าเขาร้องขอต่อศาล ให้ตัดสินคดีพิพากทางกฎหมายกับภรรยาเก่าของเขาด้วยการ "ดวลดาบ"

สามีร้องต่อศาล ขอใช้วิธีประลองดาบ ตัดสินคดีกับอดีตภรรยา

เดวิด ออสตรอม ชายวัย 40 ปีจากเมืองเปาลา แคนซัส ได้ร้องขอต่อศาลเขตไอโอวา ในเชลบีเคาน์ตี้ เพื่อขอเวลาเขา 12 อาทิตย์เพื่อไปตีดาบคาตานะญี่ปุ่น และดาบสั้นวาคิซาชิ เพื่อที่จะได้เป็นอาวุธประมือกับอดีตภรรยาและทนายความของเธอบนสนามประลองเพื่อวัดกันเลยว่า คดีความที่ทั้งสองฟ้องร้องใส่กันนั้นใครจะเป็นผู้ชนะคดี เดวิดเล่าว่าตัวเขาเองไม่มีทักษะฟันดาบเลยแม้แต่น้อย ซึ่งถือว่ายุติธรรมดีแล้วเพราะอดีตภรรยาของเขาก็ฟันดาบไม่เป็นเช่นกัน

สามีร้องต่อศาล ขอใช้วิธีประลองดาบ ตัดสินคดีกับอดีตภรรยา
Photo credit: Krys Amon/Unsplash

แม้ว่าเขาจะไม่ได้คาดหวังคำตอบอนุมัติจากศาลเท่าไหร่ แต่ก็หวังลึกๆเหมือนกันว่าศาลจะให้คำตอบที่ชัดเจนกับเขาในเรื่องนี้ เขาอ้างต่อชั้นศาลถึงคำร้องนี้ว่า "การประลองดาบเพื่อตัดสินคดีไม่เคยถูกสั่งห้ามหรือแบนแต่อย่างใดตามสิทธิของสหรัฐอเมริกามาจวบจนทุกวันนี้ เพราะการประลองเพื่อตัดสินคดีมีขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อปี 1818 ที่ศาลอังกฤษตัดสินใจใช้มัน เพราะงั้นผมจึงขอต่อศาลพิจารณาคำร้องของผมด้วย" 

สามีร้องต่อศาล ขอใช้วิธีประลองดาบ ตัดสินคดีกับอดีตภรรยา
Photo credit: Sidibe_KaGaks/Pixabay

งานนี้ทางทนายความฝ่ายอดีตภรรยาของเขา แมทธิว ฮัดสัน ออกมาโต้แย้งทันทีและขอให้ศาลปฏิเสธคำร้องของเขาด้วยเหตุผลที่ว่าศาลไม่มีอำนาจสั่ง แต่กับทางเดวิดมองมุมกลับว่า หากตัวฮัดสันเองเลือกที่จะปฏิเสธคำร้องของเขา ก็จะเข้าข่ายว่าเป็น "พวกขี้ขลาด" และควรแพ้คดีนี้ โดยยังเสริมอีกว่าหากอีกฝ่ายตอบรับคำท้า เขายินดีเปลี่ยนจากดาบญี่ปุ่นจริงไปเป็นอาวุธไร้คมแทน เมื่อถามว่าเขาเอาจริงเอาจังแค่ไหน เดวิดได้ตอบมาว่า "ถ้าคุณฮัดสันเต็มใจประลอง ผมก็จะมาตามนัด แต่ผมไม่คิดว่าเขากล้าพอที่จะยอมประลองหรอก" เบื้องต้นทางศาลยังไม่ได้ตัดสินอะไรทั้งสิ้น...

สามีร้องต่อศาล ขอใช้วิธีประลองดาบ ตัดสินคดีกับอดีตภรรยา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: OdiityCentral, The Guardian

Loading...

ข่าวใกล้เคียง


แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook