ข่าววันนี้ Share0 Tweet

เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ

Shambhala TS
22 กรกฏาคม 2562 - 12:55(แก้ไข)
เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ

เป็นการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนที่น่าสนใจมิใช่น้อย เมื่ออังกฤษเล็งออกกฎหมายใหม่ "ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน" หวังลดอุบัติเหตุ

เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ

สำนักข่าว China Xinhua News รายงานข่าวว่าเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรได้ประกาศแผนการปฏิบัติการที่เข้มงวดในการใช้รถใช้ถนน โดยห้ามผู้ขับขี่รถยนต์ที่เพิ่งหัด หรือมือใหม่ขับรถตอนกลางคืน ซึ่งกรมการขนส่ง สหราชอาณาจักร กำลังศึกษาแนวทางของแผน “การออกใบอนุญาตขับขี่อย่างเป็นลำดับขั้น” (Graduated Licensing) เพื่อลดอุบัติเหตุรถชนที่เกิดจากกลุ่มผู้ขับขี่มือใหม่  

เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ

เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ

การวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาของกรมฯ ที่มีระยะเวลา 2 ปี โดยคณะนักวิจัยกำลังศึกษาผลกระทบของการจำกัดสิ่งที่ผู้ขับขี่มือใหม่ได้รับอนุญาตให้ทำในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังได้รับใบขับขี่ เพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ซึ่งทางกรมการขนส่งได้เผยรายงานสถิติที่น่าสนใจว่า อัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน 1 ใน 5 ของผู้ขับขี่มือใหม่ ขับรถชนในช่วงปีแรกของการขับรถ จึงต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อลดอัตราการเกิดดังกล่าว

เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ การออกใบอนุญาตขับขี่ลักษณะดังกล่าวได้เริ่มใช้แล้วในนิวซีแลนด์ สวีเดน รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียในออสเตรเลีย รัฐนิวยอร์กและรัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ รัฐออนแทริโอและรัฐบริทิชโคลัมเบียในแคนาดา ซึ่งแผนการนี้เคยถูกคัดค้านมาก่อนในสหราชอาณาจักร โดยให้เหตุผลเป็นกังวลว่าจะส่งผลเชิงลบต่อความสามารถในการเรียนรู้การใช้ชีวิตของวัยรุ่น ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดด้านการศึกษาและอาชีพการงาน 

เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ
เล็งออกกฎหมาย ห้ามมือใหม่ขับรถกลางคืน ลดอุบัติเหตุ

ล่าสุด ผู้ขับขี่รายใหม่จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ หากพวกเขาได้รับแต้มโทษครบ 6 แต้มภายใน 2 ปีแรก ซึ่งเท่ากับแต้มโทษที่ได้รับในข้อหาใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ หรือข้อหาขับรถเร็วเกินกำหนดครบ 2 ครั้ง โดยกรมการขนส่งยืนยันว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตขับขี่จะมีการหารือก่อนนำไปใช้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: China Xinhua News, Workpoint News

Loading...

ข่าวใกล้เคียง

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook