ต่างประเทศ Share0 Tweet

ตรวจคัดกรองแบบใหม่

Shambhala TS
ตรวจคัดกรองแบบใหม่

ประชาชนในนครปักกิ่งของจีน บอกเล่าถึงวิธีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 หรือที่เรียกว่า สว็อบเทส แบบใหม่ ตรวจผ่านทางทวารหนัก หมอยันได้ผลดี!

ตรวจคัดกรองแบบใหม่

จากกรณีข้างต้นนั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้ชี้แนะว่า การทำสว็อบผ่านทวารหนักนั้นได้ผลดีกว่า แม่นยำกว่า และเพิ่มโอกาสตรวจพบผู้ติดเชื้อเชิงรุกได้สูงกว่า แม้กระทั่งในผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการหรืออาจตรวจไม่พบเชื้อเป็นบวกในครั้งแรก โดยเจ้าหน้าที่เผยว่าได้ทำการสว็อบผ่านทวารหนักกับประชาชนในกรุงปักกิ่ง ที่ซึ่งมีรายงานพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ป่วยในศูนย์กักตัวของทางการนั้น ก็ได้รับการตรวจแบบนี้เช่นเดียวกัน

ตรวจคัดกรองแบบใหม่

การแพร่ระบาดระดับท้องถิ่นที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทำให้หลายเมืองในทางตอนเหนือของจีนได้ทำการปิดประตูเมืองและดำเนินการตรวจคัดกรองแบบเชิงรุก โดยนับจนถึงตอนนี้ยังเป็นการตรวจสว็อบแบบผ่านทางจมูกและลำคออยู่ แต่การมาถึงของสว็อบทวารหนักนั้นสร้างความฮือฮาแก่ประชาชนอย่างมาก โดยผู้เชี่ยวชาญเผยเหตุผลที่ต้องทำการตรวจแบบนี้ว่า ทางทวารหนักมีร่องรอยของเชื้อโควิดที่ติดทนนานกว่าในระบบทางเดินหายใจ ทำให้ตรวจพบได้ง่ายขึ้นและแม่นยำขึ้น

ตรวจคัดกรองแบบใหม่

ส่วนวิธีตรวจนั้นก็ทำเหมือนกันกับการตรวจผ่านจมูกและลำคอ คือสอดแท่งสว็อบเข้าไปในทวารหนักลึกประมาณ 2-3 ซม. แล้ววนไม้เพื่อกว้านเอาตัวอย่างกรดนิวคลีอิกประมาณ 2-3 รอบ ก่อนจะนำไปตรวจตามปกติ แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าการตรวจทางทวารหนักนั้น จะไม่นำมาใช้ในวงกว้างเหมือนการตรวจทางจมูกและลำคอ เนื่องด้วยมันค่อนข้างไม่สะดวกในหลายๆอย่าง แม้ผู้เชี่ยวชาญจะบอกว่ามันได้ผลดีกว่าก็ตาม

ตรวจคัดกรองแบบใหม่

แต่วิธีตรวจคัดกรองดังกล่าว ได้สร้างความตกอกตกใจและเรียกเสียงฮือฮาแก่ชาวเน็ตในโซเชียลมิเดียอย่างมาก โดยในเว็บเว่ยป๋อ (ทวิตเตอร์ของจีน) พากันโพสต์และกล่าวถึงวิธีการนี้ไปต่างๆนานา ทั้งแสดงความรู้สึกตลกขำขันไปจนถึงขนลุกขนพอง อย่างเช่น "ดีนะที่ฉันกลับมาจากจีนก่อน", "เจ็บตัวน้อยลง แต่อับอายสุดๆ", และ "ฉันเคยตรวจสว็อบทางทวารหนักอยู่ 2 ครั้ง และทุกครั้งที่ทำฉันต้องทำสลับกับการตรวจผ่านจมูกและลำคอตามปกติ ก็มีหลอนอยู่ว่าพยาบาลน่าจะไม่ลืมเปลี่ยนไม้สว็อบทุกครั้งที่ทำอะนะ"...

ตรวจคัดกรองแบบใหม่

 

ขอบคุณข้อมูลจาก: LADbiblestraitstimes



แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook